images

     มีเรื่องเล่าในประเทศจีนเมื่อนานมาแล้วว่า มีชายคนหนึ่งไปสมัครเป็นนักดนตรีเป่าขลุ่ย (flute) ในวงดนตรีของพระจักรพรรดิโดยตนเองเป่าขลุ่ยไม่เป็นเลย ขณะแสดงดนตรีร่วมวงถวายความสำราญให้แก่พระจักรพรรดิ เขาก็ใช้ริมฝีปากแตะปลายขลุ่ย และแกล้งเป่าขลุ่ยโดยไม่มีเสียงดนตรีดังออกจากขลุ่ยของเขาเลย ชายคนนี้ได้รับเงินเดือน ได้รับการดูแล และอยู่สุขสบายดีด้วยความชาญฉลาดที่สามารถแฝงตัวสมัครเข้าในวงดนตรีประจำวังของพระจักรพรรดิได้
     เวลาผ่านไปนานอควร พระจักรพรรดิก็เริ่มเบื่อที่จะฟังเสียงเพลงจากการแสดงเป็นวง จึงสั่งให้นักดนตรีแต่ละคนเล่นดนตรีเดี่ยว (solo) ถวายความสำราญให้แก่พระองค์ นักดนตรีแต่ละคนก็เล่นดนตรีด้วยเครื่องดนตรีที่ตนถนัด ถวายความสำราญแก่พระจักรพรรดิโดยดี ยกเว้นคนเป่าขลุ่ยจอมปลอมคนนี้เพราะเขาไม่มีทักษะการเป่าขลุ่ยเลย ในที่สุดก่อนกำหนดวันแสดงของตนจะมาถึง เขาจึงชิงฆ่าตัวตายเสียก่อน ... การหนีปัญหาของเขานี้เป็นที่มาของวลีภาษาอังกฤษที่เราใช้ทุกวันนี้คือ “...refuse to face the music” (...ปฏิเสธที่จะเผชิญเสียงดนตรี)

     เรื่องเล่าในอดีตกาลของประเทศจีนนี้ ยังมีปรากฏอยู่ในสังคมโลกในยุคปัจจุบัน... ทุกวันนี้ยังมีนักดนตรีจอมปลอมในวงดนตรีของพระเจ้า (God’s Orchesta) ที่ร่วมวงเสแสร้งเป่า (แตร) เสแสร้งสี (ไวโอลิน) เสแสร้งดีด (เปียโน) เสแสร้งตี (กลอง) ฯลฯ โดยไม่มีเสียงดนตรีออกจากเครื่องดนตรีของตนเลย แต่พวกเขายังร่วมอยู่ในวงได้ เพราะยังมีเสียงเพลงออกจากเครื่องดนตรีของนักดนตรีคนอื่นๆ ช่วยพยุง ช่วยอุ้มชู นักดนตรีจอมปลอมเหล่านี้อยู่
     แต่วันหนึ่งจะมาถึง ที่พวกเขา(นักดนตรีจอมปลอม) จะต้องแสดงเดี่ยว (Solo) ต่อหน้าพระเจ้า ซึ่งในวันนั้น จะไม่มีนักดนตรีคนอื่นช่วยเขาได้เลย
มัทธิว 7:15 – 20
... จงระวังประกาศกเทียมซึ่งมาพบท่าน นุ่งห่มเหมือนแกะ แต่ภายในคือสุนัขป่าดุร้าย ท่านจะรู้จักเขาได้จากผลงานของเขา มีใครบ้างเก็บผลองุ่นจากต้นหนาม หรือเก็บผลมะเดื่อเทศจากพงหนาม ในทำนองเดียวกัน ต้นไม้พันธุ์ดีย่อมเกิดผลดี ต้นไม้พันธุ์ไม่ดีย่อมเกิดผลไม่ดี ต้นไม้พันธุ์ดีจะเกิดผลไม่ดีมิได้ และต้นไม้พันธุ์ไม่ดีก็ไม่อาจเกิดผลดีได้ ต้นไม้ทุกต้นที่ไม่เกิดผลดีย่อมถูกโค่นทิ้งในกองไฟ เพราะฉะนั้น ท่านจะรู้จักประกาศกเทียมได้จากผลงานของเขา”


(ที่มา : ราฟาแอล, 2018 ชีวิตคู่แฝด, กรุงเทพฯ หน้า 688 – 689)